บทความสุขภาพน่ารู้

กรดไหลย้อน โรคยอดฮิตคนไทย

กรดไหลย้อน โรคยอดฮิตคนไทย

 

 

อิทธิพลของโฆษณายารักษาโรคกรดไหลย้อน ทำให้คนไทยหลายคนที่มีอาการเรอหลังรับประทานอาหารคิดว่าตัวเองเป็นกรดไหลย้อน กลายเป็นโรคฮิตของคนไทยในปัจจุบัน ใครที่ยังไม่เป็นโรคกรดไหลย้อนดูเชยไปเลย

อาการของโรค

ที่เห็นได้ชัดคือแสบร้อนกลางหน้าอก รู้สึกว่ามีของเหลวหรือแก้สในร่างกายไหลขึ้นมาจากบริเวณท้องผ่านอกมาที่คอหรือที่อก มีการเรอที่รู้สึกว่ามีน้ำรสเปรี้ยว หรือ ขม ออกมาที่คอและปาก ซึ่งเป็นเพราะมีน้ำดีหรือกรดที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการย่อยอาหารไหลย้อนจากกระเพาะอาหารผ่านหลอดอาหารขึ้นมาที่อกและคอนั่นเอง  อาการอื่นๆที่พบได้ เช่น มีอาการเจ็บคอเรื้อรังเป็นเวลานาน เป็นไซนัสอักเสบ มีอาการของโรคหอบหืด ฟันผุเรื้อรัง ซึ่งถ้ามีอาการอื่นๆร่วมด้วย จะต้องทำการตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียดก่อน เช่นต้องปรึกษาแพทย์ หู คอ จมูกหรือทันตแพทย์ร่วมด้วย ก่อนที่จะสรุปว่าเป็นเพราะกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อน เกิดขึ้นได้อย่างไร?

 

มีหลายทฤษฎี แต่จะมีผลที่ทำให้หูรูดกระเพาะอาหารซึ่งอยู่ปลายหลอดอาหารต่อกับกระเพาะอาหาร เป็นประตูเปิดปิดให้อาหารเข้าไปในกระเพาะอาหาร ซึ่งปกติ ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อมีอาหารที่เรารับประทานกลืนลงไปทางหลอดอาหารหูรูดนี้ก็จะเปิดออกให้อาหารเข้าไปในกระเพาะเพื่อทำการย่อยอาหารนั้น ขณะทำการย่อยอาหารด้วยน้ำย่อยซึ่งมีฤทธิ์ทางเคมีเป็นกรดเพื่อย่อยอาหารนั้นหูรูดนี้จะปิดลงและปิดตลอดเวลาที่ไม่มีอาหารจากหลอดอาหาร แต่เมื่อหูรูดนี้ทำงานผิดปกติไปเช่นเปิดหรือคลายตัวออกในเวลาที่ไม่มีอาหารลงไป ทำให้ กรดหรือน้ำย่อย น้ำดีและแก้สที่อยู่ในกระเพาะอาหารดันขึ้นมาตามหลอดอาหาร เราจึงรู้สึกแสบร้อนกลางอก การที่หูรูดนี้จะทำงานผิดปกติก็อาจเกิดได้จากการรับประทานยาบางชนิดที่มีผลกับกล้ามเนื้อที่บังคับการเปิดปิดของหูรูด หรือบางท่านที่เคยผ่าตัดกระเพาะอาหาร ระบบย่อยอาหารไม่ดีทำงานได้ช้า เข่น 4 ขั่วโมงอาหารยังย่อยไม่หมด การบีบตัวของหูรูดผิดปกติเองทำงานผิดเวลาเปิดปิดผิดเวลาเปิดในขณะที่ไม่มีอาหารผ่านลงไป

กรดไหลย้อน รักษาอย่างไร?

ที่ไม่มีโรคอื่นแทรกสามารถรักษาได้โดยการให้รับประทานยา 2-4 สัปดาห์ก็กลับเป็นปกติได้ ไม่ร้ายแรงแต่อย่างใด ผู้ป่วยสามารถซื้อยารับประทานเองได้ แต่ถ้ารับประทานยา 2 สัปดาห์แล้วไม่หายหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยเพราะอาจมีโรคอื่นๆร่วมด้วย เช่น มีอาการอาเจียนมีเลือดปน อุจจาระสีดำ น้ำหนักลดเร็วผอมเร็ว กลืนอาหารติดกลืนได้ยาก ซึ่งอาจเกิดจากโรคกระเพาะ โรคหลอดอาหารตีบ มะเร็งกระเพาะอาหารหรือหลอดอาหาร โรคหัวใจ ซึ่งต้องให้แพทย์วินิจฉัยอาการหรือส่องกล้องทางเดินอาหารเพื่อหาสาเหตุโรคอื่นๆที่เป็นร่วมกันและรักษาโรคที่เป็นร่วมกับกรดไหลย้อนซึ่งยุ่งยากกว่ากรดไหลย้อนปกติ

มาป้องกันโรคกรดไหลย้อนกันเถอะ !!

 

§  ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกินไป เพราะจะมีไขมันในช่องท้องมากเกิดแรงดันในช่องท้องสูงจึงกดทับกระเพาะทำให้แรงดันในช่องท้องสูงขึ้น กรดก็จะไหลย้อนออกมาที่หลอดอาหารได้

§  หลังรับประทานอาหารให้เวลากับการย่อยอาหารสัก2-3 ชั่วโมงแล้วค่อยล้มตัวลงนอน อย่านอนทันทีหลังรับประทานอาหาร เพราะจะทำให้อาหารในกระเพาะอาหาร ไหลผ่านหูรูดออกมา จะทำให้กรดไหลย้อนได้

§  ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้มีผลทำให้การทำงานของระบบย่อยอาหารและหูรูดกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ

§  ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่บีบรัดบริเวณท้องแน่นเกินไป เพราะทำให้กระเพาะถูกบีบ แก๊สและน้ำย่อยในกระเพาะจะดันผ่านหูรูดออกมาได้

§  ไม่ควรรับประทานมื้อเย็นอิ่มมากเกินไป และไม่ควรรับประทานอาหารระหว่างมื้อเป็นประจำอาหารที่เข้าไปอยู่เต็มจนล้นกระเพาะอาหารจะดันหูรูดให้เปิดออกขณะย่อยอาหาร ทำให้อาหารย่อยได้ไม่หมดและเกิดกรดไหลย้อนได้ง่าย

§  เมื่อเกิดอาการเรอ หรือแน่นหน้าอก ควรสังเกตว่าเป็นบ่อยและมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือไม่และเป็นด้วยสาเหตุใด เพราะอาการหัวใจขาดเลือดก็จะแน่นหน้าอก หรือสวมเสื้อผ้ารัดแน่นเกินไป หรือเกิดหลังการรับประทานอาหารที่มากเกินไป ลองลดปริมาณอาหารลงให้พอดี ไม่นอนหลังรับประทานอาหารอิ่ม การเรอหลังรับประทานอาหารอิ่มไม่ใช่อาการของโรคกรดไหลย้อน และโรคกรดไหลย้อนไม่ใช่โรครุนแรงไม่อันตราย  ถ้าไม่มีโรคอื่นแทรก

 

  Best veiw with 1024 x 768 pixels window.
© 2008 Thonburi2 Hospital All Rights Reserved.

ติดต่อเรา | ถามตอบ | หน้าหลัก | กลับด้านบน
โรงพยาบาล ธนบุรี2